เอกสารลับของจีนซึ่งถูกเผยแพร่ระบุถึงการพิจารณาชะตาชีวิตชาวอุยกูร์ในค่ายกักกัน
สนข.BBC รายงานเมื่อ 17 ก.พ.63 ว่า เอกสารลับของจีนจำนวน 137 หน้า ซึ่งถูกเผยแพร่โดยสื่อตะวันตกมีข้อมูลเกี่ยวกับรายชื่อของชาวอุยกูร์ในซินเจียงมากกว่า 3,000 คน พร้อมรายละเอียดการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น การปฏิบัติศาสนกิจ การแต่งกาย ผู้ติดต่อ พฤติกรรมของสมาชิกในครอบครัว ประวัติการเดินทางไปต่างประเทศ ทั้งนี้ ดร.Adrian Zenz สมาชิกอาวุโสของสถาบันเหยื่อคอมมิวนิสต์ในสหรัฐฯ และผู้เชี่ยวชาญนโยบายจีนในซินเจียงให้ความเห็นว่า เอกสารดังกล่าวเชื่อว่าเป็นของจริงและเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลจีนลงโทษผู้ที่มีความเชื่อทางศาสนาที่แตกต่าง โดย ดร.Zenz เรียกเอกสารลับดังกล่าวว่า “The Karakax List” (ชื่อเขตในซินเจียงซึ่งเป็นที่ตั้งค่ายกักกันชาวอุยกูร์) นอกจากนี้ ในเอกสารดังกล่าวพบรายชื่อชาวอุยกูร์ในค่ายกักกันที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายเพียง 6 คน ขณะที่ผู้อยู่ในค่ายส่วนใหญ่ถูกนำตัวมาเพราะคลุมฮิญาบ มีการละหมาด ละเมิดนโยบายมีบุตรหนึ่งคน และพบ การเดินทางไปต่างประเทศ เป็นต้น ขณะที่ทางการจีนระบุว่าทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อต่อสู้กับการก่อการร้ายและผู้ที่มีแนวคิดทางศาสนาที่รุนแรง

ประเทศในเอเชีย ตอ.ต.ส่งเสริมการท่องเที่ยวจากคนท้องถิ่นแทนการพึ่งพานักท่องเที่ยวจีน
สนข.The Straits Times รายงานเมื่อ 18 ก.พ.63 ว่า ประเทศในเอเชีย ตอ.ต.สูญเสียรายได้จากธุรกิจท่องเที่ยวจำนวนมาก หลังจีนประสบปัญหาการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 19 โดยเมื่อปี 2562 มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาท่องเที่ยวในภูมิภาคมากกว่า 29 ล้านคน มากกว่านักท่องเที่ยวจากยุโรป 2 เท่า และจากอเมริกาเหนือ 5 เท่า การห้ามชาวจีนเดินทางออกนอกประเทศ ทำให้ประเทศในเอเชีย ตอ.ต. เปลี่ยนมาทำตลาดกับคนท้องถิ่นแทนประกอบด้วย ฟิลิปปินส์จัดแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยการลดค่าโรงแรมร้อยละ 50 และตั๋วโดยสารเครื่องบิน ขณะที่ไทยจัดแพคเกจท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุและนำค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนภาษีได้ เวียดนามยกเว้นค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง อินโดนีเซียส่งเสริมการใช้จ่ายภายในประเทศและให้เงินช่วยเหลือธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ ส่วนมาเลเซียลดค่าโดยสารเครื่องบิน ห้องพักโรงแรม และค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวให้กับคนท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ารายได้ดังกล่าวยังไม่อาจชดเชยรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนได้

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 19 (COVID-19) - องค์การการค้าโลก (WTO) รายงานเมื่อ 18 ก.พ.63 ว่า
การค้าทั่วโลกจะตกต่ำลงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 19 (COVID-19) ในจีน ทั้งนี้ ดัชนีการค้าโลกอยู่ที่ระดับ 95.5 ใน ก.พ.63 ลดลงเมื่อเทียบกับระดับ 96.6 เมื่อ พ.ย.62 โดยดัชนีที่เคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 100 บ่งชี้ว่าการขยายตัวของการค้าโลกยังคงอยู่ในระดับต่ำ และคาดว่าการขยายตัวของการค้าโลกอาจจะชะลอตัวลงอีกในไตรมาสแรก ของปี 2563 - เว็บไซต์ Safety at Sea รายงานเมื่อ 17 ก.พ.63 ว่า ทางการกัมพูชาตรวจพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายที่ 2 เป็นหญิงชาวอเมริกันจากเรือ Westerdam ซึ่งปัจจุบันจอดอยู่ที่ท่าเรือสีหนุวิลล์ กัมพูชา หลังจากตรวจพบผู้โดยสารรายแรกที่ท่าอากาศยานนานาชาติมาเลเซียซึ่งกำลังจะต่อเครื่องบินไปสหรัฐฯ โดยโฆษกของ Hollan American Line ผู้บริหารเรือ Westerdam กล่าวว่า สาธารณสุขกัมพูชายังคงตรวจสุขภาพผู้โดยสารบนเรือชุดที่สอง โดยดำเนินการแล้ว 255 คน เหลือผู้โดยสารอีก 747 คน โดยชุดแรกที่ตรวจสอบแล้ว 406 คนไม่พบว่ามีผู้ติดเชื้อ COVID-19 - สนข.AFP รายงานเมื่อ 18 ก.พ.63 ว่า ญี่ปุ่นตรวจเชื้อ COVID-19 ให้กับผู้โดยสารบนเรือ Diamond Princess ครบทุกคนแล้ว โดยร้อยละ 12 ของผู้โดยสารทั้งหมดไม่พบว่าติดเชื้อ COVID-19 และจะอนุญาตให้ผู้โดยสารที่ไม่ติดเชื้อลงจากเรือใน 19 ก.พ.63 ปัจจุบันสหรัฐฯ แคนาดา ออสเตรเลีย ฮ่องกง และเกาหลีใต้เตรียมส่ง เครื่องบินเคลื่อนย้ายประชาชนของตนกลับประเทศ ทั้งนี้มีผู้โดยสารอย่างน้อย 454 คน พบว่าติดเชื้อ COVID-19 และถูกนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลท้องถิ่นในญี่ปุ่น ขณะที่ในญี่ปุ่นพบผู้ติดเชื้อแล้ว 65 คน - สนข.The Straits Times ของสิงคโปร์รายงานเมื่อ 18 ก.พ.63 ว่า กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ เปิดคลินิก 506 แห่ง เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อ COVID-19 โดยคลินิกดังกล่าวอยู่ใกล้กับการเคหะหลักๆ ทั่วสิงคโปร์ โดยพลเมืองและผู้ที่อาศัยถาวรในสิงคโปร์ต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับการรับคำปรึกษาและค่ารักษาคนละ 10 ดอลลาร์สิงคโปร์ ขณะที่ชาวพื้นเมืองดั้งเดิมเสียค่าใช้จ่ายคนละ 5 ดอลลาร์สิงคโปร์ นอกจากนี้ สายการบินสิงคโปร์จะระงับเที่ยวบิน 670 เที่ยวบินไปลอสแอนเจลิส แฟรงก์เฟิร์ต ปารีส โตเกียว โซล จาการ์ตา และมุมไบ ระหว่าง มี.ค. เม.ย. และ พ.ค. หลังจากประกาศระงับเที่ยวบินไปจีนและฮ่องกงไปแล้วก่อนหน้านี้ เนื่องจากผู้โดยสารลดลงจากการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 19 - ประธานาธิบดีมูนแจอิน ของเกาหลีใต้กล่าวเมื่อ 18 ก.พ.63 ว่า รัฐบาลต้องดำเนินทุกมาตรการ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่เกิดการระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 19 โดยสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันแม้จะอยู่ในภาวะเสี่ยง แต่ก็ไม่ต้องการให้วิตกเกินไป พร้อมกับให้ศึกษาบทเรียนจากญี่ปุ่นเกี่ยวกับกฎระเบียบการส่งออกที่ไม่เหมาะสมหรือการพึ่งพาทางเศรษฐกิจมากเกินไป และระบุว่าเกาหลีใต้ควรเร่งปรับเปลี่ยนการนำเข้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าประเภทชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องจักรอุตสาหกรรม วัตถุดิบ รวมทั้งการแสวงหาตลาดใหม่ ๆ

[ สถานการณ์ทั้งหมด ]